ก๊อปมาจาก
http://ucash.in/2ab2a52 
มีสมาชิกหลาย ๆ ท่าน บ่น โอดครวญ จากการทำงานของ ท่าน จนท. กับกรณีปัญหา ของโจร หรือ ลักทรัพย์ของผู้อื่น มาขาย แล้วเราได้รับซื้อเอาไว้ ซึ่งได้มีการบอกกล่าวอธิบายหลักการทำงาน และวิธีการ ไปแล้ว หลาย ครั้ง มารอบนี้ ผมขอยกเอา ข้อกฎหมาย และคำพิพากษา ของศาลฎีกา มาไว้ให้อ้างอิงครับ เผื่อยังจะมี จนท. ผู้จับฉลากเข้ามาเปน ตร. ได้ ใช้อำนาจหน้าที่ อย่างผิด ๆ กับเราอีกครับ
มาเริ่มกันที่ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1332 กันครับ
มาตรา 1332 บุคคลผู้ซื้อทรัพย์สินมาโดยสุจริตในการขายทอดตลาด หรือในท้องตลาด ****ค้าซึ่งขายของชนิดนั้น ไม่จำต้องคืนให้แก่ เจ้าของแท้จริง เว้นแต่เจ้าของจะชดใช้ราคาที่ซื้อมา
แปลว่า ผู้ซื้อ หาได้ทราบว่า ทรัพย์นั้น ผู้ขายได้มาโดยทุจริต หรือ ลักโขมยมา หรือเราได้ซื้อจากการขายทอดตลาด หรือจากร้านค้าทั่วไป ****ค้าผู้ทำการค้าขายนั้น ๆ และได้จ่ายเงินสำหรับราคาทรัพย์นั้นจนครบถ้วน กรรมสิทธิ์ ได้ตกเปนของเราโดยสมบูรณ์ครับ แต่ยกเว้นว่า เจ้าของทรัพย์นั้น ๆ จะชดใช้เงินค่าที่เราได้จ่ายไปเพื่อการซื้อนั้น ๆ หรือแปลอีกที ก็คือ เว้นแต่เจ้าของจะยอมจ่ายเงินซื้อคืน
และผลของกฎหมายข้อนี้ ส่งผลให้
มาตรา 1336 ภายในบังคับแห่งกฎหมาย เจ้าของทรัพย์สินมีสิทธิใช้สอย และจำหน่ายทรัพย์สินของตนและได้ซึ่งดอกผลแห่งทรัพย์สินนั้น กับทั้งมีสิทธิ ติดตามและเอาคืนซึ่งทรัพย์สินของตนจากบุคคลผู้ไม่มีสิทธิจะยึดถือไว้ และ มีสิทธิขัดขวางมิให้ผู้อื่นสอดเข้าเกี่ยวข้องกับทรัพย์สินนั้นโดยมิชอบด้วย กฎหมาย
แปลว่า จนท ตร ไม่มีสิทธิ และ ไม่มีอำนาจ ยึด อายัด ทรัพย์สินนี้ โดยมิชอบด้วยกฎหมาย
แถมอีกนิด เป็นความเห็นที่ได้จากเวบไซท์ของ พล.ต.ท วันชัย ศรีนวลถนัด
http://ucash.in/2ab2a53 
กรณี ที่ผู้ถามสอบถามเกี่ยวกับร้านทองรับซื้อทองที่ถูกลักมานั้น ที่ท่านตอบคำถามมานั้นเป็นกรณีที่จากการตรวจสอบเจตนาของร้านทองแล้วเห็นว่า เป็นเจตนาทุจริต ซึ่งชัดเจนว่าเป็นความผิดรับของโจรแน่นอน เมื่อเป็นการรับของโจร พงส.ยึดทรัพย์เป็นของกลางได้ ย่อมคืนแก่เจ้าของที่แท้จริง เจ้าของร้านทองย่อมไปไล่เบี้ยเอากับโจรที่ขโมยทองมา แต่ท่านลืมตอบกรณีที่เหตุดังกล่าวถ้าสอบสวนแล้วร้านทองไม่มีเจตนากระทำความ ผิดซึ่งย่อมไม่ผิดฐานรับของโจร กระผมขอเพิ่มเติมดังนี้ครับ
1. ถ้าสอบสวนแล้วไม่มึเจตนาร้านทองก็ไม่ผิดรับของโจร เนื่องจากร้านทองส่วนมากเป็นร้านค้าของเก่า ย่อมมีใบอนุญาตค้าของเก่า(ตาม พ.ร.บ.คาของเก่า) ทองที่ลักมาขาย ร้านทองย่อมจะจดรายละเอียดของผู้ขายเอาไว้ ถ้าทำครบถ้วนก็ถือว่าไม่มีเจตนา แต่ถ้าพบทองที่ลักมาอยู่ที่ร้านแต่ทางร้านไม่ได้ลงรายละเอียดผู้นำมาขายไว้ อาจจะถือว่ามีเจตนาก็ได้ (ต้องดูเป็นกรณีไป) ส่วนมากแล้วร้านทองที่รับซื้อทองมาจะรีบนำไปหลอมใหม่ บางทีไม่ถึงวันก็มี ดังนั้นการจะพบทองที่นำมาขายอยู่ที่ร้านจึงเป็นการยากมาก
2. ถ้าไม่เป็นรับของโจรแล้ว พงส.ต้องพิจารณาว่าสมควรจะยึดเป็นของกลางหรือไม่ ถ้ามีความจำเป็นก็ยึดไว้ก็ได้ แต่สุดท้ายแล้วก็ต้องคืนให้กับร้านทองซึ่งเป็นเจ้าของที่แท้จริง (คำอธิบายอยู่ในข้อ 3) แต่ถ้าไม่จำเป็นมากเช่นถ้าเจ้าของทองเดิม และคนร้ายที่นำทองมาขายยอมรับในข้อเท็จจริง เจ้าของร้านทองเป็นพยานในคดี พงส.อาจทำการถ่ายภาพและบันทึกรายละเอียดเอาไว้โดยไม่ต้องยึดทองจริงก็น่าจะ ได้
3. ทองที่ยึดไว้ควรจะคืนให้แก่ผู้มีกรรมสิทธิ์คือร้านทอง เนื่องจาก ปพพ.จำมาตราไม่ได้ บอกว่าร้านค้าของเก่าที่รับซื้อสินค้าชนิดนั้นๆ มาโดยสุจริต ย่อมได้กรรมสิทธิ์ในทรัพย์นั้น เว้นแต่ว่าเจ้าของที่แท้จริงจะใช้ราคาที่ซื้อมา หมายความว่าโดยปกติร้านทองย่อมมีกรรมสิทธิ์ในทองที่รับซื้อจากโจรที่นำมาขาย (ต้องซื้ออย่างถูกต้องด้วยซึ่งตอนแรกคงไม่มีใครคิดว่าคนที่เอามาขายจะเป็น โจร) เว้นแต่เจ้าทรัพย์ที่ถูกลักทองมาจะแสดงหลังฐานให้เป็นที่แน่ชัดว่าเป็นของตน จริง ทางร้านทองก็ต้องคืนไปแต่เจ้าของทองต้องใช้ราคาที่ร้านทองซื้อมาจากโจร ซึ่งบางครั้งเป็นการพิสูจน์ที่ยากถ้าร้านทองดึงเกมส์ว่ารอให้ศาลตัดสินก็คง ต้องใช้เวลานานกว่าจะพิสูจน์ได้
4. เจ้าของที่แท้จริงต้องซื้อคืนจากร้านทองที่สุจริต แล้วไปไล่เบี้ยเอากับโจรแทน