คุยกันประสาช่าง ซ่อมมือถือ
ธันวาคม 03, 2008, 12:07:32 am *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
เรียนซ่อมมือถือ
ข่าว: <a href="http://www.mydrmobile.com/flash/JBOX_Imobile_6900.swf" target="_blank">http://www.mydrmobile.com/flash/JBOX_Imobile_6900.swf</a>


ไฟล์แฟลตตัวใหม่ มาแล้ว!!! โนเกีย ไอโมบาย
 จีน เวลคัมฯลฯ ภาษาไทย เวอร์ชั่นล่าสุด
 
   เรียนซ่อมมือถือ    หน้าแรกบอร์ดพูดคุย   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน Shop เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ่การรับของโจร  (อ่าน 778 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
korawat
Moderator
SUPER VIP POSTER
*****

คะแนนความนิยม : 24
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1927
2454.00 credits

View Inventory
Send Money to korawat
เกียรติยศแห่งการแบ่งปัน
-..( ดูด เก็บ )..: 91
-ปล่อยสิ่งดีๆให้ๆๆ: 7809



อีเมล์
« เมื่อ: สิงหาคม 12, 2008, 01:36:36 am »

 ม.357 ผู้ใดช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาไปเสีย ซื้อรับจำนำ หรือรับไว้ด้วยประการใด ซึ่งทรัพย์อันได้มาโดยกระทำความผิด.....ลัก วิ่ง กรรโชก รีด ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ ....... ผู้นั้นกระทำผิดฐาน รับของโจร.......
วรรค 2 ถ้าการกระทำผิดฐานรับของโจรนั้น ได้กระทำเพื่อค้ากำไร หรือได้กระทำต่อทรัพย์อันได้มาโดยลักทรัพย์ ตามมาตรา 335(10) ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ ผู้กระทำต้องระวางโทษ.......

ข้อสังเกต ทั้งวรรคหนึ่งและวรรคสองนั้นต่างก็ระบุความผิด ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ เอาไว้ทั้งคู่ ซึ่งซ่ำซ้อนความผิดในวรรคหนึ่งครับ?Huh?Huh?Huh?Huh?Huh?Huh??

 วรรคหนึ่ง เป็นการกล่าวถึงลักษณะหรือองค์ประกอบของความผิดฐานรับของโจรครับ ว่าถ้าใครรับทรัพย์มาจากการกระทำความผิด ลัก วิ่ง ชิง ปล้น เป็นต้น นั้น ถือว่าเป็นการกระทำความผิดฐานรับของโจร

วรรคสอง เป็นเหตุฉกรรจ์ของความผิดฐานรับของโจรครับ คือถ้าการรับของโจรนั้น ได้มาจากความผิดเดิมคือ ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ ก็ต้องรับโทษตามวรรคสอง

ดังนั้น จึงไม่ใช่เป็นการบัญญัติซ้ำซ้อนครับ ตรงกันข้าม หากไม่ระบุ ลักษณะชิงทรัพย์และปล้นทรัพย์ไว้ในวรรคแรก ก็จะไม่มีความผิดตามวรรคสองด้วย เพราะว่าเมื่อไม่มีฐานชิงทรัพย์หรือปล้นทรัพย์อยู่ในวรรคแรก ก็แสดงว่าผู้ใดที่รับทรัพย์มาจากความผิดเดิมที่เป็นชิงทรัพย์หรือปล้นทรัพย์ ไม่มีความผิดฐานรับของโจร เมื่อไม่มีความผิดฐานรับของโจร ก็ไม่เข้าองค์ประกอบของวรรคสอง ในตอนต้นที่ว่า "ถ้าการกระทำความผิดฐานรับของโจรนั้น..."

เพื่อให้เห็นภาพนะครับ ถามว่า ถ้าเจ้าพนักงานรับสินบนมาตามมาตรา 149 แล้วเจ้าพนักงานนั้น เอาเงินไปให้นาย ก โดยบอกว่าผมรับสินบนมา นาย ก รับไว้โดยรู้ ถามว่านาย ก จะมีความผิดฐานรับของโจร ตามมาตรา 357 หรือไม่

ตอบว่า ไม่ผิด เพราะ มาตรา 149 ไม่อยู่ในลักษณะตามวรรคหนึ่งของมาตรา 357

ถามต่อว่า ถ้ารับสินบน ตาม 149 มาเขียนเอาไว้ในวรรคสอง แต่ไม่มีเขียนเอาไว้ในวรรคหนึ่ง นาย ก จะมีความผิดตามวรรคสองหรือไม่

ตอบว่าไม่ผิด เพราะไม่ใช่การรับของโจร ดังนั้น วรรคสองจึงต้องผ่านวรรคหนึ่งมาอย่างเลี่ยงไม่ได้เลยครับ
 แสดงว่าถ้าความผิดเดิมมาจาก ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ แล้วละก็ ต้องรับบทหนักตามวรรคสองด้วยเสมอ


ข้อหาว่ารับของโจร
รับของโจรมีอยู่ 3 โทษคือ
1.รับของโจรปกติ (จำคุกไม่เกิน 5 ปี)
2.รับของโจรอันมาจากการชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์หรือตาม ม.335(10) -(จำคุกตั้งแต่ 6เดือน - 10 ปี)
3.รับของโจรอันมาจากการลักทรัย์ตาม ม. 335 ทวิ การชิงทรัพย์ ตาม ม. 339 ทวิ หรือการปล้นทรัพย์ตาม ม. 340 ทวิ - (จำคุก5 - 15 ปี)

มีเพื่อนสมาชิก ให้คำขอบคุณ ในกระทู้ของคุณ:

pongpet0847191914

สำหรับกระทู้นี้มี, 1 สมาชิก ให้Thank you!
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 12, 2008, 01:38:26 am โดย korawat » บันทึกการเข้า

http://ucash.in/2abd2ae load
รวมโปรแกรมคอมและมือถือ
korawat
Moderator
SUPER VIP POSTER
*****

คะแนนความนิยม : 24
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1927
2454.00 credits

View Inventory
Send Money to korawat
เกียรติยศแห่งการแบ่งปัน
-..( ดูด เก็บ )..: 91
-ปล่อยสิ่งดีๆให้ๆๆ: 7809



อีเมล์
« ตอบ #1 เมื่อ: สิงหาคม 12, 2008, 02:51:31 pm »

ก๊อปมาจาก http://ucash.in/2ab2a52 load
มีสมาชิกหลาย ๆ ท่าน บ่น โอดครวญ จากการทำงานของ ท่าน จนท. กับกรณีปัญหา ของโจร หรือ ลักทรัพย์ของผู้อื่น มาขาย แล้วเราได้รับซื้อเอาไว้ ซึ่งได้มีการบอกกล่าวอธิบายหลักการทำงาน และวิธีการ ไปแล้ว หลาย ครั้ง มารอบนี้ ผมขอยกเอา ข้อกฎหมาย และคำพิพากษา ของศาลฎีกา มาไว้ให้อ้างอิงครับ เผื่อยังจะมี จนท. ผู้จับฉลากเข้ามาเปน ตร. ได้ ใช้อำนาจหน้าที่ อย่างผิด ๆ กับเราอีกครับ

มาเริ่มกันที่ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1332 กันครับ

มาตรา 1332 บุคคลผู้ซื้อทรัพย์สินมาโดยสุจริตในการขายทอดตลาด หรือในท้องตลาด ****ค้าซึ่งขายของชนิดนั้น ไม่จำต้องคืนให้แก่ เจ้าของแท้จริง เว้นแต่เจ้าของจะชดใช้ราคาที่ซื้อมา

แปลว่า ผู้ซื้อ หาได้ทราบว่า ทรัพย์นั้น ผู้ขายได้มาโดยทุจริต หรือ ลักโขมยมา หรือเราได้ซื้อจากการขายทอดตลาด หรือจากร้านค้าทั่วไป ****ค้าผู้ทำการค้าขายนั้น ๆ และได้จ่ายเงินสำหรับราคาทรัพย์นั้นจนครบถ้วน กรรมสิทธิ์ ได้ตกเปนของเราโดยสมบูรณ์ครับ แต่ยกเว้นว่า เจ้าของทรัพย์นั้น ๆ จะชดใช้เงินค่าที่เราได้จ่ายไปเพื่อการซื้อนั้น ๆ หรือแปลอีกที ก็คือ เว้นแต่เจ้าของจะยอมจ่ายเงินซื้อคืน

และผลของกฎหมายข้อนี้ ส่งผลให้

มาตรา 1336 ภายในบังคับแห่งกฎหมาย เจ้าของทรัพย์สินมีสิทธิใช้สอย และจำหน่ายทรัพย์สินของตนและได้ซึ่งดอกผลแห่งทรัพย์สินนั้น กับทั้งมีสิทธิ ติดตามและเอาคืนซึ่งทรัพย์สินของตนจากบุคคลผู้ไม่มีสิทธิจะยึดถือไว้ และ มีสิทธิขัดขวางมิให้ผู้อื่นสอดเข้าเกี่ยวข้องกับทรัพย์สินนั้นโดยมิชอบด้วย กฎหมาย

แปลว่า จนท ตร ไม่มีสิทธิ และ ไม่มีอำนาจ ยึด อายัด ทรัพย์สินนี้ โดยมิชอบด้วยกฎหมาย

แถมอีกนิด เป็นความเห็นที่ได้จากเวบไซท์ของ พล.ต.ท วันชัย ศรีนวลถนัด


http://ucash.in/2ab2a53 load

กรณี ที่ผู้ถามสอบถามเกี่ยวกับร้านทองรับซื้อทองที่ถูกลักมานั้น ที่ท่านตอบคำถามมานั้นเป็นกรณีที่จากการตรวจสอบเจตนาของร้านทองแล้วเห็นว่า เป็นเจตนาทุจริต ซึ่งชัดเจนว่าเป็นความผิดรับของโจรแน่นอน เมื่อเป็นการรับของโจร พงส.ยึดทรัพย์เป็นของกลางได้ ย่อมคืนแก่เจ้าของที่แท้จริง เจ้าของร้านทองย่อมไปไล่เบี้ยเอากับโจรที่ขโมยทองมา แต่ท่านลืมตอบกรณีที่เหตุดังกล่าวถ้าสอบสวนแล้วร้านทองไม่มีเจตนากระทำความ ผิดซึ่งย่อมไม่ผิดฐานรับของโจร กระผมขอเพิ่มเติมดังนี้ครับ
1. ถ้าสอบสวนแล้วไม่มึเจตนาร้านทองก็ไม่ผิดรับของโจร เนื่องจากร้านทองส่วนมากเป็นร้านค้าของเก่า ย่อมมีใบอนุญาตค้าของเก่า(ตาม พ.ร.บ.คาของเก่า) ทองที่ลักมาขาย ร้านทองย่อมจะจดรายละเอียดของผู้ขายเอาไว้ ถ้าทำครบถ้วนก็ถือว่าไม่มีเจตนา แต่ถ้าพบทองที่ลักมาอยู่ที่ร้านแต่ทางร้านไม่ได้ลงรายละเอียดผู้นำมาขายไว้ อาจจะถือว่ามีเจตนาก็ได้ (ต้องดูเป็นกรณีไป) ส่วนมากแล้วร้านทองที่รับซื้อทองมาจะรีบนำไปหลอมใหม่ บางทีไม่ถึงวันก็มี ดังนั้นการจะพบทองที่นำมาขายอยู่ที่ร้านจึงเป็นการยากมาก
2. ถ้าไม่เป็นรับของโจรแล้ว พงส.ต้องพิจารณาว่าสมควรจะยึดเป็นของกลางหรือไม่ ถ้ามีความจำเป็นก็ยึดไว้ก็ได้ แต่สุดท้ายแล้วก็ต้องคืนให้กับร้านทองซึ่งเป็นเจ้าของที่แท้จริง (คำอธิบายอยู่ในข้อ 3) แต่ถ้าไม่จำเป็นมากเช่นถ้าเจ้าของทองเดิม และคนร้ายที่นำทองมาขายยอมรับในข้อเท็จจริง เจ้าของร้านทองเป็นพยานในคดี พงส.อาจทำการถ่ายภาพและบันทึกรายละเอียดเอาไว้โดยไม่ต้องยึดทองจริงก็น่าจะ ได้
3. ทองที่ยึดไว้ควรจะคืนให้แก่ผู้มีกรรมสิทธิ์คือร้านทอง เนื่องจาก ปพพ.จำมาตราไม่ได้ บอกว่าร้านค้าของเก่าที่รับซื้อสินค้าชนิดนั้นๆ มาโดยสุจริต ย่อมได้กรรมสิทธิ์ในทรัพย์นั้น เว้นแต่ว่าเจ้าของที่แท้จริงจะใช้ราคาที่ซื้อมา หมายความว่าโดยปกติร้านทองย่อมมีกรรมสิทธิ์ในทองที่รับซื้อจากโจรที่นำมาขาย (ต้องซื้ออย่างถูกต้องด้วยซึ่งตอนแรกคงไม่มีใครคิดว่าคนที่เอามาขายจะเป็น โจร) เว้นแต่เจ้าทรัพย์ที่ถูกลักทองมาจะแสดงหลังฐานให้เป็นที่แน่ชัดว่าเป็นของตน จริง ทางร้านทองก็ต้องคืนไปแต่เจ้าของทองต้องใช้ราคาที่ร้านทองซื้อมาจากโจร ซึ่งบางครั้งเป็นการพิสูจน์ที่ยากถ้าร้านทองดึงเกมส์ว่ารอให้ศาลตัดสินก็คง ต้องใช้เวลานานกว่าจะพิสูจน์ได้
4. เจ้าของที่แท้จริงต้องซื้อคืนจากร้านทองที่สุจริต แล้วไปไล่เบี้ยเอากับโจรแทน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 17, 2008, 09:17:52 pm โดย korawat » บันทึกการเข้า

http://ucash.in/2abd2ae load
รวมโปรแกรมคอมและมือถือ
รุ่นดึก
Global Moderator
Gold Poster VIP
*****

คะแนนความนิยม : 46
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1446
333.00 credits

View Inventory
Send Money to รุ่นดึก
เกียรติยศแห่งการแบ่งปัน
-..( ดูด เก็บ )..: 49
-ปล่อยสิ่งดีๆให้ๆๆ: 2341



« ตอบ #2 เมื่อ: สิงหาคม 12, 2008, 03:42:35 pm »

หาย :งงจัง ครับ
ขอบคุณครับ
 Smiley
บันทึกการเข้า
PD PHONE
Gold Poster VIP
*****

คะแนนความนิยม : 4
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 650
652.00 credits

View Inventory
Send Money to PD PHONE
เกียรติยศแห่งการแบ่งปัน
-..( ดูด เก็บ )..: 410
-ปล่อยสิ่งดีๆให้ๆๆ: 349


เพื่อลูก เพื่อเมีย ผมสู้จนหลังชนฝา


อีเมล์
« ตอบ #3 เมื่อ: สิงหาคม 17, 2008, 06:44:05 pm »

 :งงจัง
บันทึกการเข้า
pongpet0847191914
Full Member
**

คะแนนความนิยม : 1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 133
199.00 credits

View Inventory
Send Money to pongpet0847191914
เกียรติยศแห่งการแบ่งปัน
-..( ดูด เก็บ )..: 128
-ปล่อยสิ่งดีๆให้ๆๆ: 12



« ตอบ #4 เมื่อ: กันยายน 14, 2008, 08:31:21 am »

ก๊อปมาจาก http://ucash.in/2ab2a52 load
มีสมาชิกหลาย ๆ ท่าน บ่น โอดครวญ จากการทำงานของ ท่าน จนท. กับกรณีปัญหา ของโจร หรือ ลักทรัพย์ของผู้อื่น มาขาย แล้วเราได้รับซื้อเอาไว้ ซึ่งได้มีการบอกกล่าวอธิบายหลักการทำงาน และวิธีการ ไปแล้ว หลาย ครั้ง มารอบนี้ ผมขอยกเอา ข้อกฎหมาย และคำพิพากษา ของศาลฎีกา มาไว้ให้อ้างอิงครับ เผื่อยังจะมี จนท. ผู้จับฉลากเข้ามาเปน ตร. ได้ ใช้อำนาจหน้าที่ อย่างผิด ๆ กับเราอีกครับ

มาเริ่มกันที่ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1332 กันครับ

มาตรา 1332 บุคคลผู้ซื้อทรัพย์สินมาโดยสุจริตในการขายทอดตลาด หรือในท้องตลาด ****ค้าซึ่งขายของชนิดนั้น ไม่จำต้องคืนให้แก่ เจ้าของแท้จริง เว้นแต่เจ้าของจะชดใช้ราคาที่ซื้อมา

แปลว่า ผู้ซื้อ หาได้ทราบว่า ทรัพย์นั้น ผู้ขายได้มาโดยทุจริต หรือ ลักโขมยมา หรือเราได้ซื้อจากการขายทอดตลาด หรือจากร้านค้าทั่วไป ****ค้าผู้ทำการค้าขายนั้น ๆ และได้จ่ายเงินสำหรับราคาทรัพย์นั้นจนครบถ้วน กรรมสิทธิ์ ได้ตกเปนของเราโดยสมบูรณ์ครับ แต่ยกเว้นว่า เจ้าของทรัพย์นั้น ๆ จะชดใช้เงินค่าที่เราได้จ่ายไปเพื่อการซื้อนั้น ๆ หรือแปลอีกที ก็คือ เว้นแต่เจ้าของจะยอมจ่ายเงินซื้อคืน

และผลของกฎหมายข้อนี้ ส่งผลให้

มาตรา 1336 ภายในบังคับแห่งกฎหมาย เจ้าของทรัพย์สินมีสิทธิใช้สอย และจำหน่ายทรัพย์สินของตนและได้ซึ่งดอกผลแห่งทรัพย์สินนั้น กับทั้งมีสิทธิ ติดตามและเอาคืนซึ่งทรัพย์สินของตนจากบุคคลผู้ไม่มีสิทธิจะยึดถือไว้ และ มีสิทธิขัดขวางมิให้ผู้อื่นสอดเข้าเกี่ยวข้องกับทรัพย์สินนั้นโดยมิชอบด้วย กฎหมาย

แปลว่า จนท ตร ไม่มีสิทธิ และ ไม่มีอำนาจ ยึด อายัด ทรัพย์สินนี้ โดยมิชอบด้วยกฎหมาย

แถมอีกนิด เป็นความเห็นที่ได้จากเวบไซท์ของ พล.ต.ท วันชัย ศรีนวลถนัด


http://ucash.in/2ab2a53 load

กรณี ที่ผู้ถามสอบถามเกี่ยวกับร้านทองรับซื้อทองที่ถูกลักมานั้น ที่ท่านตอบคำถามมานั้นเป็นกรณีที่จากการตรวจสอบเจตนาของร้านทองแล้วเห็นว่า เป็นเจตนาทุจริต ซึ่งชัดเจนว่าเป็นความผิดรับของโจรแน่นอน เมื่อเป็นการรับของโจร พงส.ยึดทรัพย์เป็นของกลางได้ ย่อมคืนแก่เจ้าของที่แท้จริง เจ้าของร้านทองย่อมไปไล่เบี้ยเอากับโจรที่ขโมยทองมา แต่ท่านลืมตอบกรณีที่เหตุดังกล่าวถ้าสอบสวนแล้วร้านทองไม่มีเจตนากระทำความ ผิดซึ่งย่อมไม่ผิดฐานรับของโจร กระผมขอเพิ่มเติมดังนี้ครับ
1. ถ้าสอบสวนแล้วไม่มึเจตนาร้านทองก็ไม่ผิดรับของโจร เนื่องจากร้านทองส่วนมากเป็นร้านค้าของเก่า ย่อมมีใบอนุญาตค้าของเก่า(ตาม พ.ร.บ.คาของเก่า) ทองที่ลักมาขาย ร้านทองย่อมจะจดรายละเอียดของผู้ขายเอาไว้ ถ้าทำครบถ้วนก็ถือว่าไม่มีเจตนา แต่ถ้าพบทองที่ลักมาอยู่ที่ร้านแต่ทางร้านไม่ได้ลงรายละเอียดผู้นำมาขายไว้ อาจจะถือว่ามีเจตนาก็ได้ (ต้องดูเป็นกรณีไป) ส่วนมากแล้วร้านทองที่รับซื้อทองมาจะรีบนำไปหลอมใหม่ บางทีไม่ถึงวันก็มี ดังนั้นการจะพบทองที่นำมาขายอยู่ที่ร้านจึงเป็นการยากมาก
2. ถ้าไม่เป็นรับของโจรแล้ว พงส.ต้องพิจารณาว่าสมควรจะยึดเป็นของกลางหรือไม่ ถ้ามีความจำเป็นก็ยึดไว้ก็ได้ แต่สุดท้ายแล้วก็ต้องคืนให้กับร้านทองซึ่งเป็นเจ้าของที่แท้จริง (คำอธิบายอยู่ในข้อ 3) แต่ถ้าไม่จำเป็นมากเช่นถ้าเจ้าของทองเดิม และคนร้ายที่นำทองมาขายยอมรับในข้อเท็จจริง เจ้าของร้านทองเป็นพยานในคดี พงส.อาจทำการถ่ายภาพและบันทึกรายละเอียดเอาไว้โดยไม่ต้องยึดทองจริงก็น่าจะ ได้
3. ทองที่ยึดไว้ควรจะคืนให้แก่ผู้มีกรรมสิทธิ์คือร้านทอง เนื่องจาก ปพพ.จำมาตราไม่ได้ บอกว่าร้านค้าของเก่าที่รับซื้อสินค้าชนิดนั้นๆ มาโดยสุจริต ย่อมได้กรรมสิทธิ์ในทรัพย์นั้น เว้นแต่ว่าเจ้าของที่แท้จริงจะใช้ราคาที่ซื้อมา หมายความว่าโดยปกติร้านทองย่อมมีกรรมสิทธิ์ในทองที่รับซื้อจากโจรที่นำมาขาย (ต้องซื้ออย่างถูกต้องด้วยซึ่งตอนแรกคงไม่มีใครคิดว่าคนที่เอามาขายจะเป็น โจร) เว้นแต่เจ้าทรัพย์ที่ถูกลักทองมาจะแสดงหลังฐานให้เป็นที่แน่ชัดว่าเป็นของตน จริง ทางร้านทองก็ต้องคืนไปแต่เจ้าของทองต้องใช้ราคาที่ร้านทองซื้อมาจากโจร ซึ่งบางครั้งเป็นการพิสูจน์ที่ยากถ้าร้านทองดึงเกมส์ว่ารอให้ศาลตัดสินก็คง ต้องใช้เวลานานกว่าจะพิสูจน์ได้
4. เจ้าของที่แท้จริงต้องซื้อคืนจากร้านทองที่สุจริต แล้วไปไล่เบี้ยเอากับโจรแทน

บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.4 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | เรียนซ่อมมือถือ Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.382 วินาที กับ 35 คำสั่ง ( www.netprointer.com adds 0.017s, 3q)

BOT visited last this page เมื่อวานนี้ เวลา 02:30:39 pm